สาเหตุวิกฤตการเงินเมื่อปี 2540 ตอน 2

– การดำเนินการทางการเงินในปี 2539 หลังจากในช่วงปี 2530 จนถึง พ.ศ. 2539 เกิดปัญหาความไม่เชื่อมั่นอย่างรุนแรงต่อสถาบันทางการเงินของไทย หลังจากที่สถานบันการเงินเริ่มตระหนักถึงหนี้สินเงินต่างประเทศหลังจากที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เติบโตจนเกินไป มีการสั่งปิดสถาบันการเงินในตลาดหลักทรัพย์ถึง 18 แห่ง และปิดธนาคารพาณิชย์ 3 แห่ง และในปี พ.ศ. 2540  รัฐบาลใช้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาสถาบันการเงินซึ่งเป็นหน่วยงานของธนาคารแห่งประเทศไทย เข้าสนับสนุนให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ต่าง ๆ จนทำให้ไทยสิ้นเงินไปกว่า 6 – 7 แสนล้านบาททำให้บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์อีก 16 แห่งต้องปิดตัวลง และอีก 42 แห่ง ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2540 จนในที่สุดวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2540 สถานบันการเงินและตลาดหลักทรัพย์กว่า 58 แห่งของไทยปิดตัวลงอย่างถาวร ธนาคารขาดปัญหาสภาพคล่อง ลูกหนี้เพิ่มสูงขึ้น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เริ่มถยอยปิดตัวลง หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ NPL พุ่งสูงขึ้นถึง 52 %

– ไม่มีประสิทธิภาพในการดำเนินนโยบาย ในปี พ.ศ. 2536 มีนโยบายในการเปิดเสรีทางการเงินอย่างเสรีโดยไม่มีการเตรียมพร้อมและการดูแลอย่างละเอียดรอบครอบ ด้วยเหตุนี้เป็นเหตุให้ระบบเศรษฐกิจทางการเงินเกิดไม่มีความเสถียรภาพและการไหลของเงินต่างประเทศเพิ่มขึ้นและแบงค์ชาติพยายามซับสภาพคล่องยิ่งทำให้ดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้นจากสูงอยู่แล้วทำให้ดอกเบี้ยไม่ลดลง และด้วยมาตรฐานของการดูแลสถาบันการเงินไทยในสมัยนั้นทำให้เกิดการตรวจสอบที่หละหลวม เงินกู้ที่สามารถปล่อยกู้ได้อย่างรวดเร็วและไม่มีการตรวจสอบ รวมถึงกฎเกณฑ์ที่ไม่มีการเข้มงวด