วิกฤตต้มยำกุ้ง วิกฤตการเงินที่ตกต่ำที่สุดของไทย

วิกฤตการณ์การเงินของเอเชีย หรือ ในไทยเรียกว่า วิกฤตต้มยำกุ้ง เป็นวิกฤตการณ์การเงินที่ส่งผลกระทบอย่างมากในปี พ.ศ. 2540 เป็นวิกฤตการณ์การล่มสลายทางเศรษฐกิจการเงินที่แพร่หลายอย่างมากในตอนนี้ วิกฤตการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างหนักต่อสภาพการเงินในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลีใต้ สำหรับในประเทศไทยวิกฤตนี้ส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทที่รุนแรงที่สุดในไทย วิกฤตต้มยำกุ้งนั้นเกิดขึ้นในสมัยของพลเอกชวลิต ยงใจยุทธเป็นนายกรัฐมนตรี ในปี พ.ศ. 2540 ซึ่งทางรัฐบาลไทยตัดสินใจลอยตัวค่าเงินบาทของไทยที่ลดลงอย่างมากซึ่งผลมาจากการอิงสกุลเงินดอลลาห์สหรัฐ หลังจากความพยายามสนับสนุนค่าเงินบาทที่แผ่ขยายเกินเลยทางการเงินอย่างรุนแรง ค่าเงินบาทที่ลดลงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักในตอนนั้น ทำให้เจ้าของกิจการหลายกิจการตัดสินใจไม่ดำเนินกิจการต่อ คนไทยกว่า 2 ล้านคนในตอนนั้นตกงาน รวมถึงนักศึกษาจบใหม่ในตอนนั้นมีอัตราว่างงานกว่าแสนคน ประเทศไทยมีภาระหนี้สาธารณะซึ่งทำให้ประเทศอยู่ในสภาพล้มละลายก่อนหน้าการล่มสลายของค่าเงิน วิกฤตส่งผลกระทบเป็นวงกว้างกับประเทศอื่นๆในแถบเอเชียทำให้ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกิดภาวะการเงินทรุดตัว ตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวลดลง เอกชนเป็นหนี้เพิ่มสูงขึ้น โดยคิดเป็นสัดส่วนของ GDP เพิ่มสูงขึ้นจาก 100% เป็น 167% นับว่าเป็นภาวะวิกฤตการเงินที่เลวร้ายที่สุด ต่อมาทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้ก้าวเข้ามาเพื่อริเริ่มโครงการมูลค่า 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อรักษาเสถียรภาพของสกุลเงินในเกาหลีใต้ ไทย และอินโดนีเซีย ซึ่งในช่วงปี พ.ศ. 2541 – พ.ศ. 2542 วิกฤตการณ์การเงินดังกล่าวเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น